5 ขั้นตอนการดูแลรักษาเต็นท์
วิธีดูแลรักษาเต็นท์ให้อยู่กับเรานานๆ
ช่วงโควิด-19 (COVID-19) ระบาดหนัก หลายๆท่านที่เคยออกไปแคมป์ปิ้ง กางเต็นท์ ก็ต้องหยุดกันชั่วคราว “หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ทำให้เต็นท์ที่เตรียมไว้ไม่ได้ออกนำไปใช้งาน สำหรับท่านที่ใช้เต็นท์ออกไปแคมป์ปิ้งเป็นประจำ คงจะทราบดีอยู่ว่า หลังจากการใช้งานเต็นท์ในแต่ละทริป เต็นท์จะมีความชื้นทุกครั้ง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เต็นท์เกิดการเสื่อมสภาพทำให้อายุการใช้งานสั้นลง โดยปรกติทั่วๆไปเต็นท์ที่ใช้วัสดุผ้าเต็นท์โพลีเอสเตอร์ (Polyester)และเคลือบกันน้ำด้วยพียู (PU) จะมีอายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 3-4 ปี แต่ถ้าเต็นท์ที่ท่านใช้ไม่ได้รับการดูแลรักษา โดยเฉพาะเรื่องความชื้นความร้อนจะทำให้เต็นท์มีอายุการใช้งานสั้นลง ดังนั้นในบทความนี้เราจะมาเรียนรู้วิธีการดูแลรักษาเต็นท์ เพื่อให้เต็นท์คู่ใจอยู่กับเราไปนานๆ
5 ขั้นตอนดูแลรักษาเต็นท์ให้อยู่กับเรานานๆ
1.กางเต็นท์อีกครั้ง(หลังกลับจากแคมป์ปิ้ง) กางเต็นท์อีกครั้งนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดเพราะเราจะเห็นลายละเอียดต่างๆของเต็นท์ได้ชัดเจนที่สุด หลังจากกลับมาจากกางเต็นท์ ให้รีบทำขั้นตอนนี้ให้เร็วที่สุด เท่าที่ท่านจะทำได้ ไม่ควรเกิน 3-4 วัน เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อรา และสารเคลือบเต็นท์เสื่อม จากความชื้นและความร้อนที่สะสมขณะเต็นท์อยู่ในถุง

Karana Forseter 2 Mark III เต็นท์ขนาด 2 คนนอน
2. ทดสอบการกันน้ำเบื้องต้น วิธีนี้เพื่อตรวจสอบการกันน้ำเบื้องต้น โดยการฉีดน้ำเพื่อจำลองฝนตก เพื่อตรวจดูรอยรั่วว่าเต็นท์มีจุดรอยรั่วหรือไม่จะได้รีบแก้ไขได้ทันกับทริป แคมป์ปิ้งครั้งต่อไป

3. ทำความสะอาดเต็นท์ ขั้นตอนนี้ เมื่อกางเต็นท์ออกมาแล้ว พบว่าจุดไหนสกปรกให้ใช้น้ำสะอาดชุบน้ำเช็ดบริเวณที่สกปรก ส่วนใหญ่ จุดที่พบมาก บริเวณฟลายชีทและพื้นเต็นท์ ถ้าคราบฝั่งแน่นอาจจะใช้น้ำสบู่ช่วยได้และล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง สำหรับพื้นเต็นท์ด้านในควรทำความสะอาดและเอาเศษวัสดุออกให้หมดเพื่อป้องกันไม่ให้เต็นท์ชำรุดจากเศษวัสดุเหล่านั้น พื้นเต็นท์ด้านนอกอาจใช้น้ำฉีดล้าง
4.ตรวจสอบจุดชำรุดและดำเนินการแก้ไข เมื่อกางเต็นท์เสร็จแล้วในขั้นตอนที่ 1 เริ่มหาจุดชำรุด ของเต็นท์
4.1 ฟลายชีท ให้สังเกตจุดรอยต่อตะเข็บต่างๆ ของฟลายชีทว่ามีรูหรือรอยรั่วหรือไม่ มุมทั้ง 4 มุม ที่ใช้เสียบเสาฟลายชีท ว่าชำรุดหรือไม่ เทปซีลตะเข็บ อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่ มีอาการหลุดร่อนหรือไม่ ยางยืดเกี่ยวตะข้อมุมเต็นท์ทั้ง 4 มุม ยังคงสภาพให้ตัวได้ปรกติ
ฟลายชีท Karana Forester 5 Mark III เต็นท์สำหรับ 5 คนนอน
4.2 ผ้าตัวเต็นท์(อินเนอร์เต็นท์) ให้ดูตัวผ้าเต็นท์ ว่ามีรูหรือรอยรั่ว ซิปประตู ซิปหน้าต่าง ยังสามารถรูดได้ดี ผ้ามุ้ง ป้องกันแมลง ทั้งประตูและหน้าต่างว่ามีรอยขาดหรือไม่ ตะขอเกี่ยวกับเสาเต็นท์ ทุกจุด ว่าตัวผ้ายังยึดติดกับตัวเต็นท์แน่นอยู่ ถ้าพบให้รีบดำเนินการซ่อมทันที ถ้าเต็นท์อยู่ในประกัน ให้รีบดำเนินการส่งซ่อม ซึ่งอาจจะใช้เวลา 1-2 อาทิตย์

ผ้าตัวเต็นท์(อินเนอร์เต็นท์) Karana Forester 5 Mark III เต็นท์สำหรับ 5 คนนอน / ตะขอเกี่ยวเสาโครงเต็นท์
4.3 พื้นเต็นท์ ส่วนนี้เป็นส่วนที่มีการชำรุดอยู่บ่อยครั้งเพราะเป็นจุดที่ สำผัสกับพื้นดิน หิน กรวด จะเกิดเป็นรอยรั่ว รอยตามด ได้ง่าย ให้หาจุดรอยรั่ว โดยส่องกับไฟหรือแสงแดด โดยการยกเต็นท์ขึ้นเพื่อส่องกับแสง การป้องกันและช่วยให้พื้นเต็นท์สะอาดและดูแลง่าย ควรหาผ้าใบกันน้ำปูพื้น (กราวชีท)ก่อนกางเต็นท์ทุกครั้ง จุดมุมพื้นเต็นท์ ทั้ง 4 มุมให้ตรวจดูรอยเย็บว่ายังแข็งแรงไม่มีด้ายหลุดร่อน มีห่วงและอะไหล่อยู่ครบ

พื้นเต็นท์ karana Scout-10 เต็นท์ลูกเสือ เต็นท์ขนาด 10 คนนอน

มุมเต็นท์ ทั้ง 4 มุม / pin&ring
4.4 เสาเต็นท์ เสาฟลายชีท เป็นส่วนที่ชำรุดง่ายที่สุด เพราะเป็นส่วนที่มีการรับแรงดึง ดังนั้น อาจจะเกิดเสาร้าวได้ ให้สังเกตุดูอย่างละเอียด เพราะถ้าเสาหักระหว่างไปกางเต็นท์ ทิปแคมป์ปิ้งนั้น อาจจะล่มได้ ปลอกเหล็กปลายท่อนเสาว่ายังแน่นอยู่ไม่หลุดถ้าหลุดสามารถใช้กาวยางทาแล้วตอกเสากลับเบาก็จะช่วยได้ ยางยืดที่อยู่ภายในรูเสาเต็นท์ ตรวจสภาพ ว่ายังยืดหยุ่นได้ดี และมีจุดสังเกตุบริเวณระหว่างข้อเสา แต่ล่ะท่อน ว่ายางยืดชำรุดใกล้ขาดหรือยัง ถ้าพบให้รีบดำเนินการ ส่งซ่อม หรือสั่งอะไหล่ มาซ่อมเองก็ได้ ส่งซ่อมใช้เวลา 1-2 วัน หรือเดินทางไปที่ร้าน สามารถรอรับกลับได้เลย

เสาไฟเบอร์กลาสเต็นท์
4.5 สมอบก สมอบกเป็นส่วนที่ช่วยให้เต็นท์ยึดอยู่กับพื้นเต็นท์ และเสริมความแข็งแรงของเต็นท์ เวลาไปกางพื้นที่โล่ง ช่วยให้เต็นท์ต้านแรงลมได้ดีและเวลากางเต็นท์ทุกครั้งควรจะมีการปักสมอทุกครั้ง ควรตรวจสอบความสมบูรณ์ของเสา ว่าไม่หักงอ มีจำนวนครบตามจำนวนที่ต้องใช้ และเช็ดทำความสะอาดให้แห้ง

4.6 ชุดเชือก เต็นท์แต่ล่ะรุ่นจะมีจำนวน ขนาด ความยาว ที่ต่างกัน ตรวจเช็คตามจำนวนให้ครบ และตรวจดูตัวปรับเชือกรั้งเต็นท์ ว่ายังอยู่ครบและพร้อมใช้งาน แนะนำทุกครั้งเวลากางเต็นท์ควรจะรั้งเต็นท์ด้วยเชือกทุกครั้งเพราะหลายๆครั้ง เต็นท์เสียหายจากการไม่รั้งเต็นท์ด้วยเชือก เมื่อเจอลมแรงๆถ้าไม่มีเชือกรั้งไว้ ทำให้เสาเต็นท์ รับแรงดึงเพียงอย่างเดียว เสาอาจจะหักหรือร้าวได้

ชุดเชือกและตัวปรับเชือก
5. ตากเต็นท์ให้แห้งก่อนเก็บเข้ากระเป๋า หลังจากกางเต็นท์ ทดสอบการกันน้ำ ตรวจสอบจุดชำรุดจุดต่างๆเรียบร้อยแล้ว ก็ควรหาพื้นที่สำหรับตั้งเต็นท์เพื่อปล่อยให้เต็นท์ของเรา แห้งสนิทซึ่งจะเป็นขั้นตอนสุดท้าย เมื่อเต็นท์แห้งสนิทแล้วก็จัดเก็บเข้ากระเป๋า และควรจัดเก็บในพื้นที่แห้งและอุณหภูมิ ไม่สูงมาก มีอากาศถ่ายเทสะดวกก็จะดีมาก เพราะจะช่วยไม่ให้ สารเคลือบกันน้ำเสื่อมเร็ว และเต็นท์ไม่ขึ้นรา และพร้อมสำหรับกางเต็นท์ในทริปต่อไป


